หางาน.COM | การจัดการเวลาในการหางานเพื่อความสำเร็จ?

Click to rate this post!
[Total: 1 Average: 5]

การจัดการเวลาในการหางาน

การจัดการเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการหางานอย่างมาก เพราะชีวิตทำงานที่ดีและมีคุณภาพขึ้นอยู่กับวิธีการใช้เวลาของเรา ดังนั้นนี่คือหลักการและเคล็ดลับเกี่ยวกับการจัดการเวลาในการหางาน

  1. ตั้งเป้าหมายและวางแผน กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับงานที่คุณต้องการหาและกำหนดแผนการดำเนินงานเพื่อให้คุณมีการกระจายเวลาและกำหนดลำดับความสำคัญให้กับงานต่างๆ

  2. ใช้เครื่องมือการจัดการเวลา ใช้เครื่องมือการจัดการเวลา เช่น ปฏิทิน, ตารางงาน หรือแอปพลิเคชันเพื่อช่วยในการติดตามเวลาและกำหนดกิจกรรม

  3. กำหนดลำดับความสำคัญ จัดลำดับงานตามความสำคัญ เริ่มต้นด้วยงานที่เร่งด่วนและสำคัญที่สุด และให้ความสำคัญในการทำงานตามลำดับ

  4. ใช้เทคนิคการจัดการเวลา ใช้เทคนิคการจัดการเวลา เช่น วิธี Pomodoro ซึ่งแบ่งเวลาการทำงานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และทำการพักผ่อนในช่วงเวลาที่กำหนด

  5. ลดการขาดการสะดวก ลดการสูญเสียเวลาโดยการลดสิ่งที่ทำให้คุณสะดวก เช่น การตรวจอีเมลล์หรือการใช้โทรศัพท์ในเวลาที่คุณต้องทำงาน

  6. ตั้งค่าเวลาสำหรับงานที่คุณทำ กำหนดเวลาที่สมควรใช้สำหรับงานแต่ละอย่าง เพื่อไม่ให้ใช้เวลามากเกินไปหรือน้อยเกินไปในงานเดียวกัน

  7. ทำงานเป็นกลุ่ม หากเป็นไปได้ ทำงานเป็นกลุ่มเพื่อแบ่งเบาภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพของทีม

  8. รับรู้และบริหารจัดการเวลาของคุณ ให้ความสำคัญกับการรับรู้เวลาที่ใช้ไปในกิจกรรมต่างๆ และปรับปรุงการจัดการเวลาของคุณตามความต้องการ

  9. สร้างเวลาสำหรับพักผ่อน หากคุณทำงานหรือค้นหางานเป็นเวลานาน อย่าลืมสร้างเวลาสำหรับพักผ่อนและสร้างสมดุลในชีวิต

  10. รับรู้จากประสบการณ์ พยายามปรับปรุงการจัดการเวลาของคุณจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

การจัดการเวลาเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังในการปฏิบัติ แต่เมื่อคุณมีความสามารถในการจัดการเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณสามารถมีชีวิตทำงานที่มีประสิทธิภาพและสมดุลได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

เทคนิคการบริหารเวลา เพื่อความสำเร็จ

เทคนิคการบริหารเวลาสามารถช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพและความสำเร็จในการทำงานได้ นี่คือเทคนิคบางอย่างที่คุณสามารถนำมาใช้ได้

  1. วางแผนการทำงาน กำหนดเป้าหมายและวางแผนการทำงานที่ชัดเจน เขียนลงในปฏิทินหรือตารางงานเพื่อช่วยให้คุณรู้ว่าต้องทำอะไรและเมื่อไร

  2. ใช้หลักการ “Eisenhower Matrix” แบ่งงานออกเป็นหมวดหมู่ตามความสำคัญและความเร่งด่วน โดยใช้แมทริกซ์ของ Eisenhower ที่ประกอบด้วย สิ่งที่สำคัญและเร่งด่วน, สิ่งที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน, สิ่งที่ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน, และสิ่งที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน เพื่อให้คุณสามารถกำหนดลำดับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  3. ใช้เทคนิค “Pomodoro Technique” แบ่งเวลาการทำงานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น 25 นาที) และใช้ช่วงพักสั้นๆ (เช่น 5 นาที) ระหว่างการทำงาน นับเป็นหนึ่งซิกโล (Pomodoro) แล้วพักสักครู่หลังจากนั้น ช่วยให้คุณสามารถรักษาสมาธิและความสำเร็จในการทำงาน

  4. ใช้เทคนิค “Eat the Frog” เริ่มทำงานด้วยงานที่ยากหรือไม่พึงประสงค์มากที่สุด เช่น งานที่ต้องการความสม่ำเสมอหรืองานที่คุณเคยเลื่อนออกไป การทำงานเสร็จสิ้นงานที่ยากเช่นนี้แล้วจะให้คุณมีพลังและความกระตือรือร้นในการดำเนินงานต่อไป

  5. ใช้เทคโนโลยีช่วย ใช้แอปพลิเคชันหรือเครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยในการจัดการเวลา เช่น ToDoist, Trello, Google Calendar เป็นต้น เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้คุณติดตามงานและจัดการกิจกรรมได้อย่างมีระเบียบและเรียบง่าย

  6. กำหนดเวลาให้กับกิจกรรมที่สำคัญ แยกเวลาที่ชัดเจนให้กับกิจกรรมที่สำคัญที่สุด เพื่อให้คุณมีเวลาพอสำหรับการศึกษา, การพัฒนาตนเอง, หรืองานที่มีความสำคัญในการค้นหางาน

  7. ปรับสถานะ “ไม่สามารถรับทุกงานได้” รับรู้ว่าไม่สามารถรับทุกงานหรือสิ่งที่ขอร้องมาได้ เรียนรู้ที่จะปฏิเสธหรือเชื่อมโยงงานไปยังเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถให้ความสำคัญกับงานที่สำคัญและสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  8. ลดการขาดการสะดวก ลดเวลาที่ใช้กับกิจกรรมที่ส่งผลต่อการสำรวจอีเมลล์ที่ไม่จำเป็นหรือการทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาการทำงาน โปรดสลับโทรศัพท์หรือการแจ้งเตือนที่ทำให้คุณสะดวกในขณะที่คุณต้องการทำงาน

  9. ทำความเข้าใจระยะเวลาที่ใช้ในงาน การทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมและให้สมดุลจะช่วยให้คุณมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รู้ว่าคุณเป็นคนที่ผลิตได้มากที่สุดในช่วงเวลาใดและใช้ความสามารถของคุณในการจัดตัวให้เหมาะสม

  10. ศึกษาและปรับปรุง ศึกษาและทดลองเทคนิคการบริหารเวลาที่หลากหลาย เพื่อค้นหาวิธีที่เหมาะกับคุณมากที่สุด ปรับปรุงเทคนิคเหล่านี้ตามความต้องการและประสบการณ์ของคุณเอง

การบริหารเวลาเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังในการปฏิบัติ แต่เมื่อคุณสามารถนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะสามารถเพิ่มผลิตภาพและความสำเร็จในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การบริหารจัดการเวลา time management

การบริหารจัดการเวลา (Time Management) เป็นกระบวนการที่ช่วยให้คุณใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีผลิตภาพสูง นี่คือขั้นตอนและเคล็ดลับในการบริหารจัดการเวลา

  1. วางแผนการทำงาน กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและแบ่งแผนการทำงานตามลำดับความสำคัญ ใช้เครื่องมือเช่นปฏิทินหรือตารางงานเพื่อช่วยในการวางแผน

  2. ตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้มีทั้งเป้าหมายที่ต้องทำในช่วงสั้นๆ และเป้าหมายระยะยาวที่คุณต้องการให้บรรลุในอนาคต

  3. ใช้หลักการ “80/20 Rule” รู้จักหลัก 80/20 ที่บอกว่า 80% ของผลลัพธ์ที่คุณได้มาจาก 20% ของงานที่คุณทำ เลือกใช้เวลาและพลังงานของคุณในสิ่งที่มีผลสูงสุด

  4. ใช้เทคนิค “To-Do List” สร้างรายการงานที่ต้องทำทุกวันและลำดับความสำคัญของงาน โดยเริ่มจากงานที่มีความสำคัญสูงสุด และกำหนดเวลาในการทำงานของแต่ละงาน

  5. ใช้เทคนิค “Time Blocking” แบ่งเวลาในปฏิทินหรือตารางงานออกเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เวลาทำงาน, เวลาพักผ่อน, เวลาศึกษา และความสำคัญอื่นๆ เพื่อให้มีความระมัดระวังในการใช้เวลา

  6. กำหนดเวลาให้กับงาน กำหนดเวลาที่สมควรใช้ในการดำเนินงานแต่ละอย่าง เพื่อป้องกันการใช้เวลามากเกินไปหรือน้อยเกินไปในงานเดียวกัน

  7. ลดการขาดการสะดวก ลดสิ่งที่ทำให้คุณขาดการสะดวก เช่น การตรวจอีเมลล์บ่อยครั้ง การใช้สื่อสังคม หรือการทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องในเวลาที่คุณต้องทำงาน

  8. ใช้เทคโนโลยีช่วย ใช้เครื่องมือการจัดการเวลาออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยในการติดตามเวลา และกำหนดกิจกรรม เช่น Trello, Todoist, Google Calendar

  9. ให้เวลาสำหรับพักผ่อนและการฟื้นฟู มีการพักผ่อนที่เพียงพอในช่วงเวลาของคุณ เพื่อทำให้คุณมีพลังและสมดุลในการทำงาน

  10. ปรับปรุงและประเมิน ทบทวนและปรับปรุงวิธีการจัดการเวลาของคุณตามประสบการณ์ที่ผ่านมา รู้จักกับรูปแบบที่ทำงานดีที่สุดสำหรับคุณและปรับปรุงตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเวลา

การบริหารจัดการเวลาเป็นทักษะที่สำคัญที่ช่วยให้คุณสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสำเร็จในงาน ลองนำเทคนิคเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและสังเกตผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับการใช้เวลาของคุณ

การ ออกแบบ แนวคิด และ การจัดการ เวลา

การออกแบบแนวคิดและการจัดการเวลาเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพและเติบโตเป็นอย่างดี นี่คือขั้นตอนและแนวคิดที่สำคัญในการออกแบบและจัดการเวลา

  1. กำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการจัดการเวลา เพื่อทราบว่าคุณต้องการสิ่งที่สำคัญและต้องการทำอะไรในชีวิตของคุณ

  2. วางแผนรายละเอียด วางแผนรายละเอียดในการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ แบ่งเวลาให้กับกิจกรรมต่างๆ โดยพิจารณาความสำคัญและความเร่งด่วนของแต่ละกิจกรรม

  3. ใช้หลักการ “SMART Goals” กำหนดเป้าหมายที่ใช้หลัก SMART ซึ่งเป็นรูปแบบที่ชัดเจนและมีค่าเพื่อการติดตาม เป้าหมายควรเป็น Specific (ชัดเจน), Measurable (สามารถวัดได้), Achievable (เป็นไปได้), Relevant (เกี่ยวข้อง), และ Time-bound (มีเวลากำหนด)

  4. ใช้หลักการ “Eisenhower Matrix” ใช้หลัก Eisenhower Matrix เพื่อแยกแยะงานตามความสำคัญและความเร่งด่วน เพื่อที่จะกำหนดลำดับและให้ความสำคัญกับงานต่างๆ และไม่ใช้เวลาในงานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน

  5. ใช้เทคนิค “Pomodoro Technique” ใช้เทคนิค Pomodoro Technique โดยแบ่งเวลาการทำงานออกเป็นช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น 25 นาที) และใช้ช่วงพักสั้นๆ (เช่น 5 นาที) ระหว่างการทำงาน เพื่อช่วยให้คุณรักษาสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงาน

  6. ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการจัดการเวลา ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการจัดการเวลาเช่นแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการวางแผน ติดตามเวลา และจัดการกิจกรรม

  7. ระเบียบและการจัดเก็บข้อมูล รักษาสิ่งของและข้อมูลในที่เก็บเรียบร้อย การระเบียบและการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระเบียบจะช่วยให้คุณสามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและประหยัดเวลา

  8. ลดการขาดการสะดวก ระมัดระวังในการใช้เวลาในกิจกรรมที่ไม่สำคัญ โทรศัพท์มือถือ หรือสื่ออื่นๆ ที่อาจทำให้คุณสูญเสียเวลาที่ไม่จำเป็น

  9. ปรับปรุงและประเมิน ปรับปรุงและประเมินวิธีการออกแบบและจัดการเวลาของคุณตามประสบการณ์ที่เกิดขึ้น ทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและปรับปรุงตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเวลา

การออกแบบและจัดการเวลาถือเป็นทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและความสำเร็จ ลองนำแนวคิดและเทคนิคเหล่านี้มาใช้ในชีวิตประจำวันของคุณและสังเกตผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ปรับปรุงตนเองเพื่อให้การใช้เวลาของคุณเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

4 เคล็ดลับ การจัดการเวลา

แนวคิดและเทคนิคการจัดการเวลามีจำนวนมาก นี่คือ 4 เคล็ดลับที่มีประสิทธิภาพในการจัดการเวลา

  1. ใช้หลักการ “Eat the Frog” เริ่มทำงานด้วยงานที่ยากหรือไม่พึงประสงค์มากที่สุด โดยทำงานเสร็จสิ้นงานที่ยากเช่นนี้แล้วจะให้คุณมีพลังและความกระตือรือร้นในการดำเนินงานต่อไป

  2. ใช้เทคนิค “Pomodoro Technique” แบ่งเวลาการทำงานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น 25 นาที) และใช้ช่วงพักสั้นๆ (เช่น 5 นาที) ระหว่างการทำงาน นับเป็นหนึ่งซิกโล (Pomodoro) แล้วพักสักครู่หลังจากนั้น ช่วยให้คุณสามารถรักษาสมาธิและความสำเร็จในการทำงาน

  3. ใช้หลักการ “80/20 Rule” รู้จักหลัก 80/20 ที่บอกว่า 80% ของผลลัพธ์ที่คุณได้มาจาก 20% ของงานที่คุณทำ เลือกใช้เวลาและพลังงานของคุณในสิ่งที่มีผลสูงสุด

  4. ใช้เทคนิค “Time Blocking” แบ่งเวลาในปฏิทินหรือตารางงานออกเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เวลาทำงาน, เวลาพักผ่อน, เวลาศึกษา และความสำคัญ

ใช้เครื่องมือเช่นปฏิทินหรือแอปพลิเคชันเพื่อช่วยในการติดตามเวลาและกำหนดกิจกรรม รู้ว่าคุณคือคนที่ผลิตได้มากที่สุดในช่วงเวลาใดและใช้ความสามารถของคุณในการจัดตัวให้เหมาะสม

การบริหารเวลาในชีวิต ประ จํา วัน

การบริหารเวลาในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้คุณสามารถใช้เวลาให้เต็มประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นี่คือเคล็ดลับในการบริหารเวลาในชีวิตประจำวัน

  1. วางแผนล่วงหน้า ทำการวางแผนกิจกรรมและงานต่างๆ ในวันถัดไปล่วงหน้า โดยระบุความสำคัญและเรียงลำดับความเร่งด่วนของงาน

  2. ใช้เทคนิค “To-Do List” สร้างรายการงานที่ต้องทำในวันนั้นๆ โดยระบุงานที่สำคัญและแยกเวลาให้กับแต่ละงาน

  3. ใช้เทคนิค “Time Blocking” แบ่งเวลาในปฏิทินหรือตารางงานออกเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เวลาทำงาน, เวลาพักผ่อน, เวลาศึกษา และความสำคัญ

  4. ลดการขาดการสะดวก ลดเวลาที่ใช้กับกิจกรรมที่ไม่สำคัญ เช่น การเล่นสื่อสังคม, การดูทีวี หรือการทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหรือความสำคัญของคุณ

  5. ให้เวลาสำหรับพักผ่อนและฟื้นฟู สร้างช่วงเวลาสำหรับพักผ่อนและฟื้นฟูในวันนั้นๆ เพื่อให้คุณสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

  6. รับรู้และปรับปรุง สำรวจและปรับปรุงวิธีการบริหารเวลาของคุณตามประสบการณ์ที่ผ่านมา รู้ว่าคุณเป็นคนที่ผลิตได้มากที่สุดในช่วงเวลาใดและใช้ความสามารถของคุณในการจัดตัวให้เหมาะสม

การบริหารจัดการเวลาในชีวิตประจำวันเป็นการสร้างระเบียบและความสมดุลในชีวิตของคุณ การใช้เครื่องมือและเทคนิคที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

5 วิธีการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดและวิธีการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพมีหลายวิธี เพื่อให้คุณเริ่มต้นได้ นี่คือ 5 วิธีที่มีประสิทธิภาพในการบริหารเวลา

  1. วางแผนล่วงหน้า วางแผนกิจกรรมและงานต่างๆ ล่วงหน้า โดยระบุความสำคัญและเรียงลำดับความเร่งด่วนของงาน เช่น ใช้ปฏิทินหรือแอปพลิเคชันในการวางแผน

  2. ใช้หลักการ “Eat the Frog” เริ่มทำงานด้วยงานที่ยากหรือไม่พึงประสงค์มากที่สุด โดยการทำงานเสร็จสิ้นงานที่ยากเช่นนี้แล้วจะให้คุณมีพลังและความกระตือรือร้นในการดำเนินงานต่อไป

  3. ใช้หลักการ “Pomodoro Technique” แบ่งเวลาการทำงานเป็นช่วงเวลาสั้นๆ (เช่น 25 นาที) และใช้ช่วงพักสั้นๆ (เช่น 5 นาที) ระหว่างการทำงาน นับเป็นหนึ่งซิกโล (Pomodoro) แล้วพักสักครู่หลังจากนั้น ช่วยให้คุณสามารถรักษาสมาธิและความสำเร็จในการทำงาน

  4. ใช้เทคนิค “Time Blocking” แบ่งเวลาในปฏิทินหรือตารางงานออกเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมแต่ละอย่าง เช่น เวลาทำงาน, เวลาพักผ่อน, เวลาศึกษา และความสำคัญ ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเช่นแอปพลิเคชันหรือปฏิทินออนไลน์

  5. ลดการขาดการสะดวก ลดเวลาที่ใช้กับกิจกรรมที่ไม่สำคัญ เช่น การเล่นสื่อสังคม, การดูทีวี หรือการทำสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหรือความสำคัญของคุณ โปรดระมัดระวังในการใช้โทรศัพท์และสื่ออื่น ๆ ที่อาจทำให้คุณสูญเสียเวลาโดยไม่จำเป็น

การบริหารเวลามีความสำคัญที่สำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และอย่างสำคัญในการใช้เวลาให้เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณ

การบริหารจัดการงาน

การบริหารจัดการงานเป็นกระบวนการที่ใช้เครื่องมือและเทคนิคต่างๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลลัพธ์ที่ดี นี่คือขั้นตอนและเคล็ดลับในการบริหารจัดการงาน

  1. วางแผนและกำหนดเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับงานหรือโครงการที่คุณต้องการทำ และวางแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

  2. สร้างรายการงาน (To-Do List) สร้างรายการงานที่ต้องทำและลำดับความสำคัญของงานในรายการ ช่วยให้คุณมีความชัดเจนในการดำเนินการและไม่พลาดงานสำคัญ

  3. ใช้เทคนิค “Time Blocking” แบ่งเวลาในปฏิทินหรือตารางงานออกเป็นช่วงเวลาสำหรับกิจกรรมแต่ละอย่าง เพื่อให้คุณมีการจัดการเวลาที่มีประสิทธิภาพและลดความสับสนในการทำงาน

  4. ใช้เทคนิค “Eat the Frog” เริ่มทำงานด้วยงานที่ยากหรือไม่พึงประสงค์มากที่สุด เพื่อกำจัดข้อบกพร่องและเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน

  5. ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือช่วย ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการจัดการงานออนไลน์ เช่นโปรแกรมจัดการงาน (task management tools) หรือแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อช่วยในการติดตามงาน และให้คุณอยู่ในความสะดวกสบายในการทำงาน

  6. ใช้การสื่อสารและการบริหารเวลาที่เหมาะสม มีการสื่อสารที่ชัดเจนกับทีมหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในงาน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายและกำหนดเวลาในการทำงาน

  7. การจัดการสิ่งเสริมที่อาจเป็นอุปสรรค ลดหรือกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน เช่นการขาดสิ่งที่จำเป็นหรือการสะสมข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง

  8. ปรับปรุงและประเมิน ทบทวนการจัดการงานของคุณตามประสบการณ์ที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงและประสานงานให้เหมาะสมกับการทำงานของคุณ

การบริหารจัดการงานมีความสำคัญในการให้ผลลัพธ์ที่ดีและสร้างสรรค์ในการทำงาน การใช้เครื่องมือและเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณเป็นผู้บริหารงานที่มีประสิทธิภาพและสามารถบรรลุเป้าหมายของคุณได้อย่างเต็มที่

อ่านบทความทั้งหมด >>> หางาน.com